วัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ในงานระบบไฟฟ้า

ระบบไฟฟ้าเป็นระบบที่มีความสำคัญในบ้านทุกบ้าน การเลือกใช้ระบบไฟฟ้า การเดินสายไฟ ชนิดของสายไฟ และอุปกรณ์ติดตั้งทางไฟฟ้าให้เหมาะสมกับลักษณะของงาน เป็นเรื่องที่ผู้ใช้ต้องมีความรู้พื้นฐาน เพื่อนำไปสู่การพิจารณาเลือกใช้ให้คุ้มค่าเกิดประโยชน์สูงสุดเป็นการช่วย ประหยัดพลังงานและยังมีผลดีต่อส่วนรวมของประเทศในแง่ของการอนุรักษ์ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมในด้านการลดภาวะโลกร้อนได้

1. สายไฟฟ้า

การเลือกใช้สายไฟฟ้า
1.1 ใช้เฉพาะสายไฟฟ้าที่ได้มาตรฐาน จากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มีเครื่องหมาย มอก.11) เท่านั้น
1.2 สายไฟฟ้าชนิดที่ใช้เดินภายในอาคารห้ามนำไปใช้เดินนอกอาคาร เพราะแสงแดดจะทำให้ฉนวนแตกกรอบชำรุด สายไฟชนิดที่ใช้เดินนอกอาคารมักจะมีการเติมสารป้องกันแสงแดดไว้ในเปลือกหรือ ฉนวนของสาย สารป้องกันแสงแดดส่วนใหญ่ที่ใช้กันมากนั้นจะเป็นสีดำ แต่อาจจะเป็นสีอื่นก็ได้ การเดินร้อยในท่อก็มีส่วนช่วยป้องกันฉนวนของสายจากแสงแดดได้ในระดับหนึ่ง
1.3 เลือกใช้ชนิดของสายไฟให้เหมาะสมกับสภาพการติดตั้งใช้งาน เช่น สายไฟชนิดอ่อนห้ามนำไปใช้เดินยึดติดกับผนังหรือลากผ่านบริเวณที่มีการกดทับ สาย เช่น ลอดผ่านบานพับประตูหน้าต่าง หรือตู้ เนื่องจากฉนวนของสายไม่สามารถรับแรงกดกระแทกจากอุปกรณ์จับยึดสายหรือบานพับ ได้ การเดินสายใต้ดินก็ต้องใช้ชนิดที่เป็นสายใต้ดิน (เช่น สายชนิด NYY) พร้อมทั้งมีการเดินร้อยในท่อเพื่อป้องกันสายใต้ดินไม่ให้เสียหาย เป็นต้น
1.4 ขนาดของสายไฟฟ้า ต้องใช้สายตัวนำทองแดงและเลือกให้เหมาะสมกับขนาดแรงดันไฟฟ้า (1 เฟส หรือ 3 เฟส) ปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ใช้งาน และสอดคล้องกับขนาดของฟิวส์หรือสวิตช์อัตโนมัติ (เบรกเกอร์) ที่ใช้ สำหรับขนาดสายเมนและสายต่อหลักดินนั้นก็ต้องสอดคล้องกับขนาดของเมนสวิตช์และ ขนาดของเครื่องวัดฯ ด้วย ตามตารางต่อไปนี้

2. มิเตอร์ไฟฟ้า เป็นเครื่องวัดพลังงานไฟฟ้าที่เราใช้ในเดือนหนึ่ง ๆ โดยมีมอเตอร์ที่มาตรไฟฟ้าคอยหมุนตัวเลขบอกค่าพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ไปเป็นกี่ กิโลวัตต์/ชั่วโมง หรือยูนิต หรือหน่วย

3. เมนสวิตช์ เป็นอุปกรณ์ตัวหลักที่ใช้ตัดต่อวงจรไฟฟ้าของสายเมนเข้าอาคารกับสายภายในทั้ง หมด จึงเป็นอุปกรณ์สับ-เปลี่ยนวงจรไฟฟ้าตัวแรกถัดจากมิเตอร์วัดหน่วยไฟฟ้าเข้ามา ในบ้าน เมนสวิตช์อาจเป็นอุปกรณ์ตัดไฟหลักตัวเดียว หรือจะอยู่รวมกับอุปกรณ์อื่นๆในตู้แผงสวิตช์

4. สวิตช์ตัดไฟอัตโนมัติ (เซอร์กิตเบรคเกอร์) เป็นอุปกรณ์ที่สามารถใช้ตัดหรือต่อวงจรไฟฟ้าได้ในขณะใช้งานปกติ และยังสามารถตัดกระแสไฟฟ้าเกินหรือกระแสไฟฟ้าลัดวงจรโดยอัตโนมัติได้ด้วย ทั้งนี้การเลือกใช้เบรกเกอร์จะต้องเลือกขนาดพิกัดในการตัดกระแสลัดวงจร (IC) ของเบรกเกอร์ให้สูงกว่าขนาดกระแสลัดวงจรที่เกิดขึ้นในวงจรนั้นๆ

5. ฟิวส์ (Fuse) เป็นอุปกรณ์ป้องกันกระแสไฟฟ้าเกินชนิดหนึ่งทำหน้าที่ตัดไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลเกินค่าที่กำหนด ซึ่งเมื่อฟิวส์ทำงานแล้วจะต้องเปลี่ยนฟิวส์ใหม่ ฟิวส์ที่ใช้เปลี่ยนต้องมีขนาดกระแสไม่เกินขนาดฟิวส์เดิม และต้องมีขนาดพิกัดการตัดกระแสลัดวงจร (IC) สูงกว่าขนาดกระแสลัดวงจรสูงสุดที่ไหลผ่านฟิวส์

6. หลักดิน (Ground Rod หรือ Grounding Electrode หรือ Earth Electrode) เป็นแท่งหรือแผ่นโลหะที่ฝังอยู่ในดิน เพื่อทำหน้าที่แพร่หรือกระจายประจุไฟฟ้าหรือกระแสไฟฟ้าให้ไหลลงสู่ดินได้โดย สะดวก วัตถุที่จะนำมาใช้เป็นหลักดิน เช่น แท่งทองแดงขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 16 มิลลิเมตร (5/8 นิ้ว) ความยาวมาตรฐานต้องยาวไม่น้อยกว่า 2.40 เมตร เป็นต้น

7. ตุ้มหรือลูกถ้วย เป็นอุปกรณ์ที่ใช้รองรับสายไฟ ทำหน้าที่เป็นฉนวนและป้องกันมิให้กระแสไฟฟ้ารั่วลงดินหรือลัดวงจรลงดิน

8. หลอดไฟฟ้า (Lamp) ทำหน้าที่ให้แสงสว่างสำหรับสถานที่ปฏิบัติงาน หรือที่อยู่อาศัย การติดตั้งระบบส่องสว่างควรคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ ในการจัดแสง และสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งนั้นก็คือการเลือกประเภทและชนิดของหลอดไฟฟ้า โดยปกติทั่วหลอดไฟฟ้าไปแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทคือ

หลอดไฟฟ้าชนิดมีไส้ (Filament Lamp) เป็นหลอดไฟฟ้าที่นิยมใช้ในรุ่นแรก ๆ หรือบางที่ก็เรียกว่าหลอดธรรมดา องค์ประกอบของหลอดประกอบด้วย หลอดแก้ว, ไส้หลอด, (ส่วนไส้หลอดทำจากทังสเตน) เส้นลวดที่ต่อเข้ากับขั้วหลอด, ลวดยึดไส้หลอด,และก้านหลอดยึดไส้, ปัจจุบันนิยมใช้ไม่มากนักเพราะให้กำลังส่องสว่างน้อยกว่าหลอดประเภทอื่น

ในกรณีกำลังวัตต์เท่ากัน มีจำหน่วยในท้องตลาดมีหลายขนาด เช่น 40 วัตต์, 60 วัตต์, 80 วัตต์, 100 วัตต์ ฯลฯ อายุการใช้งานประมาณ 1000 ชั่วโมง หลอดประเภทนี้มีอยู่ 2 ลักษณะ คือชนิด แบบเขี้ยว และชนิดแบบเกลียว

หลอดไฟฟ้าชนิดเรืองแสง (Fluorescent อุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูง Lamp) หรือเรียกว่า หลอดฟลูออเรสเซนต์หลอดไฟฟ้าประเภทนี้มีประสิทธิภาพสูงกว่าหลอดไฟฟ้าธรรมดา ถึง 4 เท่า ให้แสงสว่างที่เย็นตามากกว่า รวมทั้งอุณหภูมิความร้อนที่เกิดขึ้นจากหลอดน้อยกว่า ส่วนประกอบที่สำคัญของหลอดประกอบด้วย ตัวหลอด ขั้วหลอด ไส้หลอด สารบรรจุภายในหลอด เช่น อาร์กอน และไอปรอท

หลอดไฟฟ้าชนิดฟลูออเรสเซนต์ที่จำหน่วยในท้องตลาด มีหลายลักษณะเช่น หลอดฟลูออเรสเซนต์ ธรรมดา หลอดฟลูออเรสเซนต์แบบวงกลม (32 วัตต์) แบบยาวตรง (18,36 วัตต์) และหลอดฟลูออเรสเซนต์ แบบคอมแพค (Compact) หรือหลอดตะเกียบ
หลอดไฟฟ้าชนิดอาศัยการอาร์ค หรือหลอดไฟชนิดคายประจุ หลอดประเภทนี้ใช้กระแสไฟฟ้ามากในการทำงานไม่นิยมใช้ในบ้านเรือนทั่วไป ส่วนใหญ่จะใช้เฉพาะจุดหรือพื้นที่ต้องการแสงสว่างมาก ๆ หลอดไฟฟ้าชนิดนี้มีหลายแบบ เช่น หลอดไอปรอท หลอดฮาโลเจน หลอดโซเดียม หรือหลอดแสงจันทร์

9.สตาร์ทเตอร์ ทำหน้าที่คล้ายเป็นสวิทช์อัตโนมัติ เพื่อเปิดและปิดวงจรของหลอด ฟลูออเรสเซนต์ เมื่อเริ่มต้นทำงานสตาร์ทเตอร์ทำหน้าที่เปิดวงจรเพื่ออุ่นไส้หลอดให้พร้อม ที่จะทำงาน เมื่อไส้หลอดทำงานเรียบร้อยแล้วสตาร์ทเตอร์ก็ปิดวงจร

10. บัลลาส ทำหน้าที่แปลงแรงดันไฟฟ้าให้เหมาะ สมกับหลอดซึ่งแรงดันไฟฟ้าในตอนเริ่มต้นจะสูงมาก เพื่อจุดไส้หลอดให้ปลดปล่อยอิเลคตรอนออกมา หลังจากหลอดทำงานแล้ว บัลลาสจะเปลี่ยนหน้าที่โดยจะเป็นตัวจำกัดปริมาณของกระแสไฟฟ้าที่ไหลเข้าหลอด

11. เต้ารับ (Socket-outlet หรือ Receptacle) หรือปลั๊กตัวเมียคือขั้วรับสำหรับหัวเสียบจากเครื่องใช้ไฟฟ้า ปกติเต้ารับจะติดตั้งอยู่กับที่ เช่น ติดอยู่กับผนังอาคาร เป็นต้น

12. เต้าเสียบ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่อวงจรไฟฟ้า ทำให้กระแสไฟฟ้าไหลเข้าสู่อุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยนำปลายของสายไฟฟ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต่ออยู่กับเต้าเสียบ ไปเสียบกับเต้ารับ ที่ต่ออยู่ในวงจรไฟฟ้าใดๆ ก็ได้ภายในบ้าน

13. สวิตช์เปิด-ปิดธรรมดา (Toggle Switch) สวิตช์เปิด-ปิดในที่นี้ หมายถึงสวิตช์สำหรับเปิด-ปิดหลอดไฟหรือโคมไฟสำหรับแสงสว่างหรือเครื่องใช้ ไฟฟ้าชนิดอื่น ๆ ที่มีการติดตั้งสวิตช์เอง


มหาธน อีเลคทิคร หจก. ผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้า จำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูง อุปกรณ์ไฟฟ้าแรงต่ำ จัดจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด


 

 

 

 

SINGLE PHASE 2 WIRE

 

 

 


 

อุปกรณ์ไฟฟ้าอิเลคทรอนิค (electric equipment)

 

 

 


ท่านสามารถค้นหาสินค้าอุตสาหกรรมเพิ่มเติมได้ที่ : https://brandexdirectory.com
นี่คือภาพโฆษณาที่ลงในหนังสือ The Catalogue

 



 

มหาธน อีเลคทริค หจก.

รับออกแบบและผลิตตู้สวิทซ์บอร์ด จำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูง-แรงต่ำ ปลอกหุ้มทางปลา หางปลาแรงสูง เคเบิ้ลแกรนด์ ฟรีฟอร์ม - รัดสายหุ้ม, ลูกถ้วยบัสบาร์, ฉนวนแดง ฉนวนขาว, แร็คช่อง อาบสังกะสี ไฟฟ้า, อุปกรณ์ฟิตติ้ง ท่ออีเฟล็กซ์, บาร์กราวด์ รับออกแบบ-ผลิตตู้สวิทซ์บอร์ด, Switchboard, จำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูง แรงต่ำ สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม, อุปกรณ์ไฟฟ้าโรงงาน ตู้เหล็กฝาเทินกันฝุ่น ตู้เหล็ก, ตู้ไซร์, ตู้ไซต์ ตู้เหล็กกันน้ำ หางปลาแรงสูง ปลอกหุ้มหางปลา ไส้ไก่พันสายไฟ เคเบิ้ลไทร์ รางเก็บสายไฟ, รางโทรศัพท์, รางวายดักส์ ท่ออ่อน สายไฟ รับออกแบบ และผลิตตู้สวิทซ์บอร์ดทุกระบบ ทุกขนาด, ตามต้องการ รวมทั้งจัดจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูง-แรงต่ำ สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม เรามีอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ท่านต้องการ เพียงแค่ท่านบอกเรา

 


สนใจติดต่อ
มหาธน อีเลคทริค หจก.
883,885 ถนนเอกชัย แขวงบางบอน เขตบางบอน กรุงเทพมหานคร 10150
โทรศัพท์ : +662 894 3447, +662 894 3448, +662 894 3449
โทรสาร : +662 416 1659, +662 415 7307
อีเมล : mahathon@hotmail.com , mahathon@gmail.com
mahathon.brandexdirectory.com
www.อุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูง.com
www.mahathon.co.th


 

 
ที่มาข้อมูล : https://sites.google.com/site/biwauthen11/hnathi-khxng-xupkrn

วัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ในงานระบบไฟฟ้า

ระบบไฟฟ้าเป็นระบบที่มีความสำคัญในบ้านทุกบ้าน การเลือกใช้ระบบไฟฟ้า การเดินสายไฟ ชนิดของสายไฟ และอุปกรณ์ติดตั้งทางไฟฟ้าให้เหมาะสมกับลักษณะของงาน เป็นเรื่องที่ผู้ใช้ต้องมีความรู้พื้นฐาน เพื่อนำไปสู่การพิจารณาเลือกใช้ให้คุ้มค่าเกิดประโยชน์สูงสุดเป็นการช่วย ประหยัดพลังงานและยังมีผลดีต่อส่วนรวมของประเทศในแง่ของการอนุรักษ์ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมในด้านการลดภาวะโลกร้อนได้

1. สายไฟฟ้า

การเลือกใช้สายไฟฟ้า
1.1 ใช้เฉพาะสายไฟฟ้าที่ได้มาตรฐาน จากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มีเครื่องหมาย มอก.11) เท่านั้น
1.2 สายไฟฟ้าชนิดที่ใช้เดินภายในอาคารห้ามนำไปใช้เดินนอกอาคาร เพราะแสงแดดจะทำให้ฉนวนแตกกรอบชำรุด สายไฟชนิดที่ใช้เดินนอกอาคารมักจะมีการเติมสารป้องกันแสงแดดไว้ในเปลือกหรือ ฉนวนของสาย สารป้องกันแสงแดดส่วนใหญ่ที่ใช้กันมากนั้นจะเป็นสีดำ แต่อาจจะเป็นสีอื่นก็ได้ การเดินร้อยในท่อก็มีส่วนช่วยป้องกันฉนวนของสายจากแสงแดดได้ในระดับหนึ่ง
1.3 เลือกใช้ชนิดของสายไฟให้เหมาะสมกับสภาพการติดตั้งใช้งาน เช่น สายไฟชนิดอ่อนห้ามนำไปใช้เดินยึดติดกับผนังหรือลากผ่านบริเวณที่มีการกดทับ สาย เช่น ลอดผ่านบานพับประตูหน้าต่าง หรือตู้ เนื่องจากฉนวนของสายไม่สามารถรับแรงกดกระแทกจากอุปกรณ์จับยึดสายหรือบานพับ ได้ การเดินสายใต้ดินก็ต้องใช้ชนิดที่เป็นสายใต้ดิน (เช่น สายชนิด NYY) พร้อมทั้งมีการเดินร้อยในท่อเพื่อป้องกันสายใต้ดินไม่ให้เสียหาย เป็นต้น
1.4 ขนาดของสายไฟฟ้า ต้องใช้สายตัวนำทองแดงและเลือกให้เหมาะสมกับขนาดแรงดันไฟฟ้า (1 เฟส หรือ 3 เฟส) ปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ใช้งาน และสอดคล้องกับขนาดของฟิวส์หรือสวิตช์อัตโนมัติ (เบรกเกอร์) ที่ใช้ สำหรับขนาดสายเมนและสายต่อหลักดินนั้นก็ต้องสอดคล้องกับขนาดของเมนสวิตช์และ ขนาดของเครื่องวัดฯ ด้วย ตามตารางต่อไปนี้

2. มิเตอร์ไฟฟ้า เป็นเครื่องวัดพลังงานไฟฟ้าที่เราใช้ในเดือนหนึ่ง ๆ โดยมีมอเตอร์ที่มาตรไฟฟ้าคอยหมุนตัวเลขบอกค่าพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ไปเป็นกี่ กิโลวัตต์/ชั่วโมง หรือยูนิต หรือหน่วย

3. เมนสวิตช์ เป็นอุปกรณ์ตัวหลักที่ใช้ตัดต่อวงจรไฟฟ้าของสายเมนเข้าอาคารกับสายภายในทั้ง หมด จึงเป็นอุปกรณ์สับ-เปลี่ยนวงจรไฟฟ้าตัวแรกถัดจากมิเตอร์วัดหน่วยไฟฟ้าเข้ามา ในบ้าน เมนสวิตช์อาจเป็นอุปกรณ์ตัดไฟหลักตัวเดียว หรือจะอยู่รวมกับอุปกรณ์อื่นๆในตู้แผงสวิตช์

4. สวิตช์ตัดไฟอัตโนมัติ (เซอร์กิตเบรคเกอร์) เป็นอุปกรณ์ที่สามารถใช้ตัดหรือต่อวงจรไฟฟ้าได้ในขณะใช้งานปกติ และยังสามารถตัดกระแสไฟฟ้าเกินหรือกระแสไฟฟ้าลัดวงจรโดยอัตโนมัติได้ด้วย ทั้งนี้การเลือกใช้เบรกเกอร์จะต้องเลือกขนาดพิกัดในการตัดกระแสลัดวงจร (IC) ของเบรกเกอร์ให้สูงกว่าขนาดกระแสลัดวงจรที่เกิดขึ้นในวงจรนั้นๆ

5. ฟิวส์ (Fuse) เป็นอุปกรณ์ป้องกันกระแสไฟฟ้าเกินชนิดหนึ่งทำหน้าที่ตัดไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลเกินค่าที่กำหนด ซึ่งเมื่อฟิวส์ทำงานแล้วจะต้องเปลี่ยนฟิวส์ใหม่ ฟิวส์ที่ใช้เปลี่ยนต้องมีขนาดกระแสไม่เกินขนาดฟิวส์เดิม และต้องมีขนาดพิกัดการตัดกระแสลัดวงจร (IC) สูงกว่าขนาดกระแสลัดวงจรสูงสุดที่ไหลผ่านฟิวส์

6. หลักดิน (Ground Rod หรือ Grounding Electrode หรือ Earth Electrode) เป็นแท่งหรือแผ่นโลหะที่ฝังอยู่ในดิน เพื่อทำหน้าที่แพร่หรือกระจายประจุไฟฟ้าหรือกระแสไฟฟ้าให้ไหลลงสู่ดินได้โดย สะดวก วัตถุที่จะนำมาใช้เป็นหลักดิน เช่น แท่งทองแดงขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 16 มิลลิเมตร (5/8 นิ้ว) ความยาวมาตรฐานต้องยาวไม่น้อยกว่า 2.40 เมตร เป็นต้น

7. ตุ้มหรือลูกถ้วย เป็นอุปกรณ์ที่ใช้รองรับสายไฟ ทำหน้าที่เป็นฉนวนและป้องกันมิให้กระแสไฟฟ้ารั่วลงดินหรือลัดวงจรลงดิน

8. หลอดไฟฟ้า (Lamp) ทำหน้าที่ให้แสงสว่างสำหรับสถานที่ปฏิบัติงาน หรือที่อยู่อาศัย การติดตั้งระบบส่องสว่างควรคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ ในการจัดแสง และสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งนั้นก็คือการเลือกประเภทและชนิดของหลอดไฟฟ้า โดยปกติทั่วหลอดไฟฟ้าไปแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทคือ

หลอดไฟฟ้าชนิดมีไส้ (Filament Lamp) เป็นหลอดไฟฟ้าที่นิยมใช้ในรุ่นแรก ๆ หรือบางที่ก็เรียกว่าหลอดธรรมดา องค์ประกอบของหลอดประกอบด้วย หลอดแก้ว, ไส้หลอด, (ส่วนไส้หลอดทำจากทังสเตน) เส้นลวดที่ต่อเข้ากับขั้วหลอด, ลวดยึดไส้หลอด,และก้านหลอดยึดไส้, ปัจจุบันนิยมใช้ไม่มากนักเพราะให้กำลังส่องสว่างน้อยกว่าหลอดประเภทอื่น

ในกรณีกำลังวัตต์เท่ากัน มีจำหน่วยในท้องตลาดมีหลายขนาด เช่น 40 วัตต์, 60 วัตต์, 80 อุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูง วัตต์, 100 วัตต์ ฯลฯ อายุการใช้งานประมาณ 1000 ชั่วโมง หลอดประเภทนี้มีอยู่ 2 ลักษณะ คือชนิด แบบเขี้ยว และชนิดแบบเกลียว

หลอดไฟฟ้าชนิดเรืองแสง (Fluorescent Lamp) หรือเรียกว่า หลอดฟลูออเรสเซนต์หลอดไฟฟ้าประเภทนี้มีประสิทธิภาพสูงกว่าหลอดไฟฟ้าธรรมดา ถึง 4 เท่า ให้แสงสว่างที่เย็นตามากกว่า รวมทั้งอุณหภูมิความร้อนที่เกิดขึ้นจากหลอดน้อยกว่า ส่วนประกอบที่สำคัญของหลอดประกอบด้วย ตัวหลอด ขั้วหลอด ไส้หลอด สารบรรจุภายในหลอด เช่น อาร์กอน และไอปรอท

หลอดไฟฟ้าชนิดฟลูออเรสเซนต์ที่จำหน่วยในท้องตลาด มีหลายลักษณะเช่น หลอดฟลูออเรสเซนต์ ธรรมดา หลอดฟลูออเรสเซนต์แบบวงกลม (32 วัตต์) แบบยาวตรง (18,36 วัตต์) และหลอดฟลูออเรสเซนต์ แบบคอมแพค (Compact) หรือหลอดตะเกียบ
หลอดไฟฟ้าชนิดอาศัยการอาร์ค หรือหลอดไฟชนิดคายประจุ หลอดประเภทนี้ใช้กระแสไฟฟ้ามากในการทำงานไม่นิยมใช้ในบ้านเรือนทั่วไป ส่วนใหญ่จะใช้เฉพาะจุดหรือพื้นที่ต้องการแสงสว่างมาก ๆ หลอดไฟฟ้าชนิดนี้มีหลายแบบ เช่น หลอดไอปรอท หลอดฮาโลเจน หลอดโซเดียม หรือหลอดแสงจันทร์

9.สตาร์ทเตอร์ ทำหน้าที่คล้ายเป็นสวิทช์อัตโนมัติ เพื่อเปิดและปิดวงจรของหลอด ฟลูออเรสเซนต์ เมื่อเริ่มต้นทำงานสตาร์ทเตอร์ทำหน้าที่เปิดวงจรเพื่ออุ่นไส้หลอดให้พร้อม ที่จะทำงาน เมื่อไส้หลอดทำงานเรียบร้อยแล้วสตาร์ทเตอร์ก็ปิดวงจร

10. บัลลาส ทำหน้าที่แปลงแรงดันไฟฟ้าให้เหมาะ สมกับหลอดซึ่งแรงดันไฟฟ้าในตอนเริ่มต้นจะสูงมาก เพื่อจุดไส้หลอดให้ปลดปล่อยอิเลคตรอนออกมา หลังจากหลอดทำงานแล้ว บัลลาสจะเปลี่ยนหน้าที่โดยจะเป็นตัวจำกัดปริมาณของกระแสไฟฟ้าที่ไหลเข้าหลอด

11. เต้ารับ (Socket-outlet หรือ Receptacle) หรือปลั๊กตัวเมียคือขั้วรับสำหรับหัวเสียบจากเครื่องใช้ไฟฟ้า ปกติเต้ารับจะติดตั้งอยู่กับที่ เช่น ติดอยู่กับผนังอาคาร เป็นต้น

12. เต้าเสียบ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่อวงจรไฟฟ้า ทำให้กระแสไฟฟ้าไหลเข้าสู่อุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยนำปลายของสายไฟฟ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต่ออยู่กับเต้าเสียบ ไปเสียบกับเต้ารับ ที่ต่ออยู่ในวงจรไฟฟ้าใดๆ ก็ได้ภายในบ้าน

13. สวิตช์เปิด-ปิดธรรมดา (Toggle Switch) สวิตช์เปิด-ปิดในที่นี้ หมายถึงสวิตช์สำหรับเปิด-ปิดหลอดไฟหรือโคมไฟสำหรับแสงสว่างหรือเครื่องใช้ ไฟฟ้าชนิดอื่น ๆ ที่มีการติดตั้งสวิตช์เอง


มหาธน อีเลคทิคร หจก. ผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้า จำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูง อุปกรณ์ไฟฟ้าแรงต่ำ จัดจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด


 

 

 

 

SINGLE PHASE 2 WIRE

 

 

 


 

อุปกรณ์ไฟฟ้าอิเลคทรอนิค (electric equipment)

 

 

 


ท่านสามารถค้นหาสินค้าอุตสาหกรรมเพิ่มเติมได้ที่ : https://brandexdirectory.com
นี่คือภาพโฆษณาที่ลงในหนังสือ The Catalogue

 



 

มหาธน อีเลคทริค หจก.

รับออกแบบและผลิตตู้สวิทซ์บอร์ด จำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูง-แรงต่ำ ปลอกหุ้มทางปลา หางปลาแรงสูง เคเบิ้ลแกรนด์ ฟรีฟอร์ม - รัดสายหุ้ม, ลูกถ้วยบัสบาร์, ฉนวนแดง ฉนวนขาว, แร็คช่อง อาบสังกะสี ไฟฟ้า, อุปกรณ์ฟิตติ้ง ท่ออีเฟล็กซ์, บาร์กราวด์ รับออกแบบ-ผลิตตู้สวิทซ์บอร์ด, Switchboard, จำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูง แรงต่ำ สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม, อุปกรณ์ไฟฟ้าโรงงาน ตู้เหล็กฝาเทินกันฝุ่น ตู้เหล็ก, ตู้ไซร์, ตู้ไซต์ ตู้เหล็กกันน้ำ หางปลาแรงสูง ปลอกหุ้มหางปลา ไส้ไก่พันสายไฟ เคเบิ้ลไทร์ รางเก็บสายไฟ, รางโทรศัพท์, รางวายดักส์ ท่ออ่อน สายไฟ รับออกแบบ และผลิตตู้สวิทซ์บอร์ดทุกระบบ ทุกขนาด, ตามต้องการ รวมทั้งจัดจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูง-แรงต่ำ สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม เรามีอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ท่านต้องการ เพียงแค่ท่านบอกเรา

 


สนใจติดต่อ
มหาธน อีเลคทริค หจก.
883,885 ถนนเอกชัย แขวงบางบอน เขตบางบอน กรุงเทพมหานคร 10150
โทรศัพท์ : +662 894 3447, +662 894 3448, +662 894 3449
โทรสาร : +662 416 1659, +662 415 7307
อีเมล : mahathon@hotmail.com , mahathon@gmail.com
mahathon.brandexdirectory.com
www.อุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูง.com
www.mahathon.co.th


 

 
ที่มาข้อมูล : https://sites.google.com/site/biwauthen11/hnathi-khxng-xupkrn

เครื่องจักรอุตสาหกรรมยาง

เครื่องจักรสำหรับผลิตยาง, เครื่องจักรอุตสาหกรรมยาง,
เครื่องฉีดยาง, เครื่องรีดยาง : เอลล์ เอ็นจิเนียริ่ง บจก.


 

 

ยาง

         คือ วัสดุพอลิเมอร์ที่ประกอบด้วยไฮโดรเจนและคาร์บอน ยางเป็นวัสดุที่มีความยืดหยุ่นสูง ยางที่มีต้นกำเนิดจากธรรมชาติจะมาจากของเหลวของพืชบางชนิด ซึ่งมีลักษณะเป็นของเหลวสีขาว คล้ายน้ำนม มีสมบัติเป็นคอลลอยด์ อนุภาคเล็ก มีตัวกลางเป็นน้ำ ยางในสภาพของเหลวเรียกว่าน้ำยาง ยางที่เกิดจากพืชนี้เรียกว่ายางธรรมชาติ ในขณะเดียวกันมนุษย์สามารถสร้างยางสังเคราะห์ได้จากปิโตรเลียม

การผลิตยางธรรมชาติ

 

         แหล่งผลิตยางธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลกคือ แถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คิดเป็นร้อยละ 90 ของแหล่งผลิตทั้งหมด ส่วนที่เหลือมาจากแอฟริกากลาง ซึ่งพันธุ์ยางที่ผลิตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือ ฮีเวีย บราซิลเลียนซิส (Hevea brasiliensis) น้ำยางที่ได้จากต้นยางมีลักษณะเป็นเม็ดยางเล็ก ๆ กระจายอยู่ในน้ำ (emulsion) มีปริมาณของแข็งประมาณร้อยละ 30-40 การใส่กรดฟอร์มิกเจือจางลงในน้ำยาง ทำให้น้ำยางจับตัวเป็นก้อน เกิดการแยกชั้นระหว่างเนื้อยางและน้ำ ส่วนน้ำที่ปนอยู่ในยางจะถูกกำจัดออกไปโดยการรีดด้วยลูกกลิ้ง 2 ลูกกลิ้ง วิธีการหลัก ๆ ที่จะทำให้ยางแห้งสนิทมี 2 วิธีคือ การรมควันยาง และการทำยางเครพ แต่เนื่องจากยางผลิตได้มาจากเกษตรกรจากแหล่งที่แตกต่างกัน ทำให้ต้องมีการแบ่งชั้นของยางตามความบริสุทธิ์ของยางนั้น ๆ

รูปแบบของยางธรรมชาติ

  • ยางแท่ง : ก่อนปี 2508 ยางธรรมชาติที่ผลิตขึ้นมา ส่วนใหญ่จะผลิตในรูปของยางแผ่นรมควัน ยางเครพ หรือน้ำยางข้น ซึ่งยางธรรมชาติเหล่านี้จะไม่มีการระบุมาตรฐานการจัดชั้นยางที่ชัดเจน ตามปกติจะใช้สายตาในการพิจารณาตัดสินชั้นยาง ต่อมาในปี 2508 สถาบันวิจัยยางมาเลเซีย (Rubber Research Institute of Malaysia) ได้มีการผลิตยางแท่งขึ้นเป็นแห่งแรก เพื่อเป็นการปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพของยางธรรมชาติให้ได้มาตรฐาน เหมาะสมกับการใช้งาน จนทำให้ยางแท่งเป็นยางธรรมชาติชนิดแรกที่ผลิตมาโดยมีการควบคุมคุณภาพให้ได้มาตรฐาน ตลอดจนมีการระบุคุณภาพของยางดิบที่ผลิตได้แน่นอน
  • ยางสกิม : ยางสกิมเป็นยางธรรมชาติที่ได้จากการจับตัวน้ำยางสกิม (skim latex) ด้วยกรดแล้วนำยางที่ได้ไปทำการรีดแผ่นและทำให้แห้ง โดยน้ำยางสกิมเป็นน้ำส่วนที่เหลือจากการทำน้ำยางข้นด้วยการนำน้ำยางสดมาทำการเซนตริฟิวส์ แยกอนุภาคเม็ดยางออกจากน้ำ ซึ่งอนุภาคเม็ดยางเบากว่าน้ำ ส่วนใหญ่จึงแยกตัวออกไปเป็นน้ำยางข้น น้ำยางข้นที่ได้มีปริมาณเนื้อยางอยู่ร้อยละ 60-63 ซึ่งน้ำยางสกิมคือส่วนที่เหลือจากการเซนตริฟิวส์แยกเนื้อยางส่วนใหญ่ออกไปแล้ว ก็ยังมีส่วนของเนื้อยางออกมาด้วย ซึ่งเป็นเนื้อยางที่มีขนาดอนุภาคเล็ก ๆ มีปริมาณเนื้อยางอยู่ร้อยละ 3-6


 

 

 

 

นี่คือภาพโฆษณาในหนังสือ Thailand Pocket Pages 2018
ท่านสามารถติดต่อขอรับหนังสือได้ที่สำนักงาน
หรือ ดาวน์โหลด E-book ได้ที่นี่ >>>Click<<<

 

 

 


บริษัท เอลล์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด

         บริษัท เอลล์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด จำหน่ายเครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรมยาง เครื่องจักรอุตสาหกรรมยาง เครื่องฉีดยาง เครื่องรีดยาง ตัวแทนจำหน่ายเครื่อง barwell เครื่องตัดชิ้นงานยาง เครื่องอัดยาง เครื่องตัดยาง เครื่องตัดซอยเส้นยาง เครื่องผสมยาง เครื่องบดย่อยยางเพื่อการรีไซเคิ้ล ในกระบวนการผลิตยางและพลาสติก ต้องอยู่ภายใต้การทำงานทั้ง ความดัน และอุณหภูมิที่สูง ทำให้เครื่องจักรและส่วนประกอบต่าง ๆ ภายในเครื่องจักรเกิดความเครียด (Stress) เป็นอย่างมาก ซึ่งคุณต้องสามารถมั่นใจได้ว่า สำหรับการผลิตเป็นจำนวนมากของคุณ เครื่องจักรทั้งกระบวนการผลิตของคุณต้องทำงานได้อย่างน่าเชื่อถือ เครื่องจักรสำหรับขึ้นรูปยาง เป็นการนำเอายางที่ผสมแล้ว มาขึ้นรูปเป็นลักษณะของชิ้นส่วนต่าง ๆ โดยอาจนำปัจจัยการผลิตอื่น ๆ เช่น ผ้าใบ,เหล็ก , เข้ามาเป็นส่วนประกอบ 1 เครื่องจักรที่ใช้ในการขึ้นรูปยาง มีหลายลักษณะ เครื่องจักรที่ใช้ขึ้นรูปยาง อาศัยแรงดันจากการหมุนของสกรูดันยางผสมผ่านแม่พิมพ์ออกมาใช้ในการขึ้นรูปยางในส่วนของโครงยางและขอบยาง เครื่องจักรที่ขึ้นรูปยางโดยลักษณะการรีดยาง โดยลักษณะการรีดยางผสมที่เคลือบหรือฉาบกับวัสดุอื่น ๆ ให้เป็นแผ่นที่มีความหนา โดยอาศัยการรีดผ่านลูกกลิ้งจำนวน 2 ลูกในเครื่องจักร ใช้สำหรับขึ้นรูปในส่วนของชั้นผ้าใบ และเข็มขัดรัดหน้ายางในกรณีที่เป็นยางเรเดียล หรืองานผลิต Rubber Sheet เครื่องจักที่ใช้วิธีการฉีดยาง Compound ที่มีอุณหภูมิสูงๆ โดยมี pressure และความเร็วที่เหมาะสม เข้าไปในเบ้าพิมพ์ ซึ่งอาจจะมีข้อจำกัดบ้าง เครื่องจักที่มีลักษณะ เบ้าพิมพ์ คล้ายๆ กับ Injerction การเอายาง Compound มาวางใส่เบ้าพิมพ์ แทนการฉีด เครื่องจักรประเภทนี้สามารถ ใช้วิธีการ แบบ transfer ตัวแทนจำหน่ายเครื่อง barwell Mold ได้เครื่องจักรที่ทำหน้าที่อัดเป็นยางสำเร็จรูป เครื่องจักรมีลักษณะเป็นฝาครอบเปิด-ปิด ได้ ภายในมีแม่พิมพมร้อน เพื่ออบให้ยางสุก

เราพร้อมให้บริการในเขตพื้นที่ หนองจอก ลาดกระบัง บางขุนเทียน คลองสามวา มีนบุรี ประเวศ ทวีวัฒนา บางแค บางเขน สายไหม หนองแขม บางบอน จตุจักร ทุ่งครุ ตลิ่งชัน บางกะปิ สะพานสูง จอมทอง บึงกุ่ม สวนหลวง ดอนเมือง หลักสี่ ลาดพร้าว วังทองหลาง บางนา ภาษีเจริญ คันนายาว ยานนาวา ราษฎร์บูรณะ ห้วยขวาง พระโขนง คลองเตย วัฒนา บางกอกน้อย บางซื่อ บางพลัด บางคอแหลม ดุสิต พญาไท สาทร ธนบุรี ดินแดง ปทุมวัน ราชเทวี บางกอกใหญ่ คลองสาน บางรัก พระนคร ป้อมปราบศัตรูพ่าย สัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และทั่วประเทศ

 
 

สนใจติดต่อ
เอลล์ เอ็นจิเนียริ่ง บจก.
ที่อยู่ : 65/158 หมู่ 4 ถนนลำลูกกา ตำบลบึงคำพร้อย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี
เบอร์โทรศัพท์ : +66 2199 4158 , +668 1750 4274
เบอร์สาร : +66 2199 4159
E-mail : alengineering@hotmail.com
เว็บไซต์ : alengineering.thailandpocketpages.com

บริการเชื่อมประกอบ

บริการเชื่อมประกอบ, งานโลหะ, งานเชื่อมเหล็ก

 

แอคเซ็ป หจก.


บริการเชื่อมประกอบ ดูเพิ่มเติม click

การเชื่อม เป็นกระบวนการที่ใช้สำหรับต่อวัสดุ ส่วนใหญ่เป็นโลหะและเทอร์โมพลาสติก โดยให้รวมตัวเข้าด้วยกัน ปกติใช้วิธีทำให้ชิ้นงานหลอมละลาย และการเพิ่มเนื้อโลหะเติมลงในบ่อหลอมละลายของวัสดุที่หลอมเหลว เมื่อเย็นตัวรอยต่อจะมีความแข็งแรง บางครั้งใช้แรงดันร่วมกับความร้อน หรืออย่างเดียว เพื่อให้เกิดรอยเชื่อม ซึ่งแตกต่างกับการบัดกรีอ่อน และการบัดกรีแข็ง ซึ่งไม่มีการหลอมละลายของชิ้นงาน มีแหล่งพลังงานหลายอย่างสำหรับนำมาใช้ในการเชื่อม เช่น การใช้เปลวไฟแก๊สอ็อกซิเจน, การอาร์กโดยใช้กระแสไฟฟ้า, ลำแสงเลเซอร์, การใช้อิเล็คตรอนบีม, การเสียดสี, การใช้คลื่นเสียง เป็นต้น ในอุตสาหกรรมมีการเชื่อมในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน เช่นการเชื่อมในพื้นที่โล่ง, พื้นที่อับอากาศ, การเชื่อมใต้น้ำ, การเชื่อมในพื้นที่อันตราย เช่น ถังเก็บน้ำมันขนาดใหญ่, ภายในโรงงานผลิตสารเคมี และวัตถุไวไฟ การเชื่อมมีอันตรายเกิดขึ้นได้ง่าย จึงควรมีความระมัดระวังเพื่อป้องกันอันตราย เช่น เกิดจากกระแสไฟฟ้า, ความร้อน, สะเก็ดไฟ, ควันเชื่อม, แก๊สพิษ, รังสีอาร์ค, ชิ้นงานร้อน, ฝุ่นละออง

ในยุคเริ่มแรกจนถึงศตวรรษที่ 19 มีการใช้งานเฉพาะการเชื่อมทุบ (Forge welding) เพื่อใช้ในการเชื่อมต่อโลหะ เช่นการทำดาบในสมัยโบราณ วิธีนี้การเชื่อมที่ได้มีความแข็งแรงสูง และโครงสร้างของเหล็กมีคุณภาพอยู่ในระดับสูง แต่มีความล่าช้าในการนำมาใช้งานในเชิงอุตสาหกรรม หลังจากนั้นได้มีการพัฒนามาสู่การเชื่อมอาร์ค และการเชื่อมโดยใช้เปลวไฟแก๊สอ็อกซิเจน และหลังจากนั้นมีการ เชื่อมแบบความต้านทานตามมา

เทคโนโลยีการเชื่อมได้มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วในศตวรรษที่ 20 ซึ่งอยู่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 และสงครามโลกครั้งที่ 2 เทคโนโลยีการเชื่อมแบบใหม่ ได้มีการเร่งพัฒนาเพื่อรองรับต่อการสู้รบในช่วงเวลานั้น เพื่อทดแทนการต่อโลหะแบบเดิม เช่นการใช้หมุดย้ำซึ่งมีความล่าช้าอย่างมาก กระบวนการเชื่อมด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลั๊กซ์ (SMAW) เป็นกระบวนการหนึ่งที่พัฒนาขึ้นมาในช่วงนั้นและกระทั่งปัจจุบัน ยังคงเป็นกรรมวิธีที่ใช้งานกันมากที่สุดในประเทศไทย และประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลาย

นอกจากโลหะแล้ว ยังมีการเชื่อมวัสดุประเภทอื่นอีก เช่น การเชื่อมพลาสติก การเชื่อมกระจกหรือแก้ว เป็นต้น

 

 

ท่านสามารถค้นหาสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ www.thailandpocketpages.com

 


 

ห้างหุ้นส่วนจำกัด แอคเซ็ป
บริการงานโลหะแผ่น


งานที่รับทำได้แก่งาน ตัดพับ, ปั๊มเจาะฉลุ, กัด-เจาะ, เชื่อมด้วยหุ่นยนต์, สปอท, งานเหล็ก, งานสแตนเลส,งานอลูมิเนียม,งานอคริลิค, งานโลหะตามแบบงานเหล็กตามแบบพร้อมพ่นสีฝุ่น บริการแปรรูปโลหะทั่วไปเช่น เหล็ก สแตนเลส งานตัดพับทำแม่พิมพ์ งานเชื่อมเหล็ก งานปั๊ม งานทำกล่องหยอดเหรียญ งานตามแบบที่ลูกค้าทั่วไป ผลิตโลหะ รับแปรรูปโลหะ งานตัดโลหะ งานพับโลหะ งานกัดโลหะ งานเชื่อมโลหะ เจาะโลหะ งานปั๊มโลหะ จัดทำด้วยเครื่องตัดโลหะ เครื่องพับโลหะ เครื่องซีเอ็นซี เครื่องมิลลิ่ง เครื่องปั๊ม เครื่องซีเอ็นซีพันซ์ชิ่ง

 

สนใจติดต่อ

 

แอคเซ็ป หจก.

 

39 หมู่ 6 ซอยสวัสดิ์ ตำบลบางเดื่อ อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี 12000

 

เบอร์โทรศัพท์ +66 2978 2714

 

Fax +66 2978 2713

 

Email: accept99@hotmail.com

 

accept.thailandpocketpages.com

 

www.accept99.com


 

รับทำถนน

รับทำถนน, รับเหมาเทพื้นถนน, รับเหมาทำถนน,

 

เทพื้นคอนกรีต, วันชัยรวมช่าง 2518 บจก.


 

รับทำถนน เทพื้นคอนกรีตเป็นถนนทางเข้าหน้าบ้าน โดยทั่วไปจะมีความหนาประมาณ15 เซนติเมตร มีกำลังอัดอยู่ที่ 180-240 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร (KSC)ซึ่งแข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักรถยนต์ได้ ทั้งนี้อาจใช้คอนกรีตจากการผสมด้วยฝีมือช่างในอัตราส่วน คือ ปูนซีเมนต์ : ทราย : หิน (1 : 2 : 4) หรือจะใช้วิธีสั่งคอนกรีตผสมสำเร็จ(Ready Mixed Concrete)ที่ผสมมาจากโรงงาน เพื่อความสะดวกรวดเร็วและได้คุณภาพตามมาตรฐาน ดูเพิ่มเติม...คลิก

การเตรียมพื้นเพื่อเทคอนกรีต

1. เริ่มต้นด้วยการปรับระดับดินเดิมให้เรียบ (ไม่เป็นหลุมเป็นบ่อ) และลดระดับหน้าดินเผื่อความหนาของทรายและคอนกรีตที่จะเทด้วย

2. ทำการตั้งแบบเทคอนกรีต โดยใช้แบบไม้เนื้อแข็งหรือแบบเหล็กสำเร็จรูป วางตามแนวของเส้นถนน ในขอบเขตความกว้างยาวตามที่แบบกำหนดไว้ แล้วค้ำยันให้แข็งแรง แนะนำว่าความกว้างของถนนไม่ควรเกิน 4 เมตร ส่วนความยาวของถนนในแต่ละช่วงไม่ควรเกินกว่า 6 เมตร เพราะการยืดหดขยายตัวของถนนอาจทำให้เกิดรอยร้าวได้

3. ให้เททรายจนได้ระดับความหนา 5เซนติเมตร แล้วบดอัดด้วยเครื่องตบดินหรือทุบให้แน่น

ขั้นตอนการเทพื้นคอนกรีต

1. เมื่อปรับผิวหน้าเรียบร้อยแล้วให้วางตะแกรงเหล็กสำเร็จรูป(Wire Mesh)เส้นผ่าศูนย์กลาง 6 มิลลิเมตร ขนาดตาราง 15X15 เซนติเมตร ( 6 mm @15cm)ไว้ในเนื้อคอนกรีตด้วย โดยตะแกรงเหล็กWire Meshนี้จะต้องอยู่ต่ำกว่าผิวคอนกรีตประมาณ 5 เซนติเมตรเพื่อป้องกันรอยร้าวที่ผิวคอนกรีตรวมถึงการวางตำแหน่งเหล็กเดือย (Dowel Bar)หรือ เหล็กยึด (Tie Bar) ตามแบบมาตรฐานเพื่อเสริมความแข็งแรง ในบริเวณรอยต่อตามแนวกว้างและแนวยาวของพื้นคอนกรีต

2. โดยทั่วไป จะใช้วิธีเทคอนกรีตลงไปให้ต่ำกว่าระดับที่ต้องการแล้วเกลี่ยให้ทั่ว จากนั้นวางตะแกรงเหล็กแล้วเททับอีกรอบให้ได้ระดับตามที่กำหนด หรืออาจใช้อีกวิธีหนึ่ง คือ การเสริมลูกปูนก่อนจะวางตะแกรงเหล็ก Wire Meshทับ แล้วเทคอนกรีตให้ทั่วพื้นที่จนได้ระดับตามต้องการ วิธีนี้สะดวกตรงที่การเทคอนกรีตสามารถทำได้ในขั้นตอนเดียว

3. หลังจากเทคอนกรีตลงไปแล้ว ให้ทำการปรับแต่งผิวหน้าให้เรียบร้อยจากนั้นปล่อยทิ้งไว้จนผิวคอนกรีตเริ่มแข็งตัวและให้บ่มพื้นถนนคอนกรีตโดยฉีดน้ำให้ชุ่มไม่น้อยกว่า7 วัน เพื่อให้คอนกรีตมีความแข็งแกร่งเต็มที่ ขั้นตอนนี้นับว่าจำเป็นมากเพราะหากไม่บ่มคอนกรีตหรือบ่มในระยะเวลาไม่เหมาะสม จะทำให้คอนกรีตมีประสิทธิภาพในการรับแรงที่ต่ำกว่าที่ควร ทั้งยังอาจทำให้สารต่างๆ ซึมเข้าสู่เนื้อคอนกรีต ส่งผลให้เหล็กเสริมเป็นสนิมง่าย จนทำให้คอนกรีตเกิดการแตกร้าวเสียหายได้

4. หลังจากที่พื้นถนนคอนกรีตแข็งแกร่งขึ้นแล้ว จะต้องกรีดร่องด้วย Saw cut Machine ตามตำแหน่งรอยต่อคอนกรีต โดยให้มีความกว้างไม่น้อยกว่า1 เซนติเมตร ลึก 1.5 เซนติเมตรแล้วหยอดยางมะตอย(Asphalt) ระหว่างช่องป้องกันไม่ให้น้ำซึมลงไปในร่องรอยต่อหรือรอยร้าว เป็นการป้องกันดินทรุดนั่นเอง จากที่กล่าวมานี้เจ้าของบ้านหรือผู้ใจบุญทั้งหลาย สามารถใช้เป็นแนวทางเบื้องต้นสำหรับพูดคุยกับผู้รับเหมาก่อสร้าง เพื่อให้ได้ถนนที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน คุ้มค่ากับเงินที่ต้องจ่ายไปนั่นเอง

 

 

รับทำถนน  รับทำถนน

 

ท่านสามารถค้นหาสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thailandpocketpages.com

 

วันชัยรวมช่าง 2518 รับเหมาเทพื้นถนน


วันชัยรวมช่าง 2518 บจก. บริการรับเหมาเทพื้นถนน เทพื้นคอนกรีต ลาดยาง

ต้องการทำถนน เทพื้นคอนกรีต ลาดยาง ทำลานจอดรถ อยากได้ผู้รับเหมาเป็นงาน คุยกันรู้เรื่อง มีตัวอย่างผลงานให้ชมคิดราคาไม่แพง พวกเรามีฝีมือในการทำถนน ทำลานจอดรถ อย่างครบวงจร รับเหมางานตั้งแต่เคลียร์วัสดุเคลียร์ขยะในพื้นที่งาน ทำเขื่อนกันดินสไลด์ถมดินบดอัดปรับแต่งผิวตามลักษณะความต้องการและงบประมาณ เทคอนกรีตหรือลาดยางมะตอยความหนาตามข้อตกลง นัดชมสถานที่หน้างาน ประเมินราคาก่อนจ้างเหมาทุกงาน อย่างตรงมาตรงไปตามสัญญา

พร้อมให้บริการในเขตพื้นที่  หนองจอก ลาดกระบัง บางขุนเทียน คลองสามวา มีนบุรี ประเวศ ทวีวัฒนา บางแค บางเขน สายไหม หนองแขม บางบอน จตุจักร ทุ่งครุ ตลิ่งชัน บางกะปิ สะพานสูง จอมทอง บึงกุ่ม สวนหลวง ดอนเมือง หลักสี่ ลาดพร้าว วังทองหลาง บางนา ภาษีเจริญ คันนายาว ยานนาวา ราษฎร์บูรณะ ห้วยขวาง พระโขนง คลองเตย วัฒนา บางกอกน้อย บางซื่อ บางพลัด บางคอแหลม ดุสิต พญาไท สาทร ธนบุรี ดินแดง ปทุมวัน ราชเทวี บางกอกใหญ่ คลองสาน บางรัก พระนคร เทพื้นคอนกรีต ป้อมปราบศัตรูพ่าย สัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และทั่วประเทศ

 

 

สนใจติดต่อ  : วันชัยรวมช่าง 2518 รับเหมาเทพื้นถนน

 

ที่อยู่ : 99/180 หมู่ 7 ถนนคลองพระอุดม ตำบลคลองพระอุดม อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี 12140


โทรศัพท์ :  08-1854-5001

อีเมล :  wc_2518@hotmail.com

 

เว็บไซต์ :  wanchairuamchang.thailandpocketpages.com

 

 

1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15